CEO ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตสมดุลทุกวัน: บริหารพลังงานก่อนบริหารเวลา

คำว่าสมดุลทำให้หลายคนคิดว่าชีวิตกับงานต้องแบ่งเท่ากันทุกวัน แต่ชีวิตเจ้าของธุรกิจไม่ได้เรียบพอให้จัดเป็นสัดส่วนตายตัวได้ขนาดนั้น เป้าหมายจึงไม่ใช่การความสมดุลรายวัน แต่คือการดูสมดุลโดยรวม และหาจังหวะที่ทำให้เราไปต่อได้ในระยะยาว

สมดุลไม่ใช่การแบ่งเวลาเท่ากัน

สมดุลไม่ใช่การแบ่งเวลาเท่ากัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางช่วงงานต้องมาก่อน (ซึ่งเป็นช่วงใหญ่ ๆ) และบางช่วงชีวิตส่วนตัวต้องได้รับพื้นที่ สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ตัวว่ากำลังแลกอะไร และไม่ปล่อยให้โหมดฉุกเฉินกลายเป็นชีวิตปกติ ถ้าสมมติว่าในวันจันทร์งานจะเข้ามาเยอะ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะว่าวันเสาร์-อาทิตย์เป็นวันที่ไม่ได้มีคนทำงาน จึงทำให้งานมาตกในวันจันทร์มากกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เราต้องทำงานเกินเวลาไปมาก แต่วันพุธอาจเป็นวันที่ไม่ได้มีตารางงานที่ยุ่งมากเพราะเป็นวันกลางสัปดาห์ เท่ากับว่าเราก็กำลังปรับสมดุลโดยถัวเฉลี่ยเป็นรายสัปดาห์แทนรายวัน เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับชีวิตได้ บางคนอาจจัดเป็นรายเดือน หรือรายปีได้เลย

สิ่งที่ควรนำไปใช้

  • มองสมดุลเป็นรอบสัปดาห์หรือเดือนหรือปี ไม่ต้องมองหาแต่สมดุลรายวันอย่างเดียว
  • กำหนดช่วงเร่งงานและช่วงพักเพื่อฟื้นตัว ล็อกตารางตัวเองไว้สำหรับทั้ง 2 ฝั่ง
  • เช็กว่าสิ่งที่เสียไปยังฟื้นคืนกลับมาได้หรือไม่ เพื่อจัดลำดับความสำคัญ

จัดงานตามพลังงาน ไม่ใช่แค่ช่องว่างในปฏิทิน

จัดงานตามพลังงาน ไม่ใช่แค่ช่องว่างในปฏิทิน

บ่อยครั้งที่ CEO จะใช้ชีวิตตามตารางงานที่ถูกจัดมาให้ หรือจัดการด้วยตัวเองแบบเต็มที่จนแทบไม่เหลือช่องว่างในปฏิทิน แต่ก่อนอื่นต้องแยกให้ได้ก่อนว่า งานคิด งานตัดสินใจ และงานสื่อสารสำคัญใช้พลังงานต่างกัน ถ้าเราจัดทุกอย่างตามเวลาว่างอย่างเดียว คุณภาพของการตัดสินใจจะลดลง คุณจึงต้องรู้จักตัวเองว่า คุณเป็นคนที่มีช่วงพลังงานสูงที่สุดในช่วงเช้า กลางวัน หรือตอนเย็น และจัดตารางทุกอย่างให้เหมาะสม โดยอย่าลืมที่จะจองตารางให้กับการพักผ่อนของตัวเองด้วย

สิ่งที่ควรนำไปใช้

  • เก็บช่วงพลังงานสูงไว้ให้งานสำคัญ เช่น งานสื่อสารกับบุคคลภายนอก
  • รวมงานประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน เพื่อให้สมองได้ใช้งานฟังก์ชันเดิมซ้ำ ๆ
  • เว้นพื้นที่ก่อนและหลังการประชุมหนัก เพื่อเป็น Buffer Time ให้ได้เคลียร์สมอง

ขอบเขตที่ดีต้องสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้

ขอบเขตที่ดีต้องสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้

การทำงานร่วมในทีม ทุกคนล้วนต้องมีขอบเขต ภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง แต่แน่นอนว่าเมื่อคุณเป็นหัวหน้างานขึ้นไป ขอบเขตของคุณจะกว้างครอบคลุมไปถึงทีมงานของคุณด้วย ซึ่งการตั้งขอบเขตในการทำงานร่วมกันภายในทีมเป็นเรื่องที่สำคัญ ขอบเขตไม่ได้เกิดจากการปิดแจ้งเตือนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ทีมรู้ว่าเรื่องไหนเร่งด่วน และต้องติดต่อช่องทางไหน อะไรเรียกว่า Urgent อะไรที่ยังรอได้ และอะไรตัดสินใจได้โดยไม่ต้องรอเรา เพราะตัวเราเองก็ควรต้องมีเวลาในการพักผ่อน และทีมงานก็ต้องมีพื้นที่ในการเรียนรู้และเติบโตเช่นกัน

สิ่งที่ควรนำไปใช้

  • กำหนดนิยามงานด่วนร่วมกัน อะไรเรียกว่าด่วน ร้ายแรง ต้องรีบแก้ไข อะไรที่รอได้
  • ระบุช่องทางตามระดับความสำคัญ ในเวลางานใช้เครื่องมือสื่อสารของบริษัท เช่น Google Workspace นอกเวลางานติดต่อผ่าน LINE ส่วนตัวได้
  • มอบอำนาจตัดสินใจพร้อมเกณฑ์ ถ้าครบทุกเกณฑ์ ทีมสามารถดำเนินการเองได้

วันหยุดที่ช่วยการฟื้นฟูจริง ๆ ต้องมีพื้นที่ว่าง

วันหยุดที่ช่วยการฟื้นฟูจริง ๆ ต้องมีพื้นที่ว่าง

การเปลี่ยนสถานที่แต่ยังคิดงานตลอดเวลาไม่เรียกว่าเป็นการพัก เราอาจหยุดงานไม่ได้ทันที แต่เราสามารถลดภาระการตัดสินใจและสร้างช่วงที่สมองไม่ต้องรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยการปล่อยวาง ไม่ได้บอกว่าทุกการลาพักร้อนห้ามนำ Laptop ไปด้วย คุณสามารถนำไปได้ เพราะในชีวิตจริงเราก็ต้องเปิดพื้นที่ให้ทีมของเราสามารถติดต่อมาหาได้ในเหตุฉุกเฉิน แต่ต้องตั้งกติกากับตัวเองว่า จะไม่เปิด Laptop ทิ้งไว้ตลอดเวลาเหมือนวันที่ทำงานปกติ และต้องหากิจกรรมที่ทำให้เราเอาตัวออกห่างจาก Laptop เพื่อให้สายตาได้มองอย่างอื่น และลืมเรื่องใน Laptop ไปชั่วขณะ และอาจจะกลับมาเช็คงานอีกครั้งหลังจบวัน

สิ่งที่ควรนำไปใช้

  • ปิดงานค้างด้วยรายการส่งต่อ เพื่อมอบหมายให้กับทีมเป็นผู้ดูแลต่อไป
  • กำหนดช่วงไม่รับข้อมูล ปิดรับการแจ้งเตือน เพื่อให้ได้พักผ่อนจริง ๆ
  • เลือกกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายและสมองเปลี่ยนโหมด ห่างไกลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ในทางปฏิบัติ เรื่องการจัดสมดุลในชีวิต CEO มักไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะบริบท ทรัพยากร และคนที่เกี่ยวข้องต่างกัน สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้หลักคิดชัดพอที่จะใช้ตัดสินใจ แต่ไม่แข็งจนปรับไม่ได้เมื่อข้อมูลเปลี่ยนค่ะ

“อย่าถามแค่ว่าวันนี้มีเวลากี่ชั่วโมง ให้ถามด้วยว่าเรามีพลังงานคุณภาพสูงกี่ชั่วโมง”

สุดท้าย สิ่งที่ทำให้ความรู้เกิดคุณค่าไม่ใช่การอ่านแล้วเห็นด้วย แต่คือการเลือกหนึ่งเรื่องกลับไปทดลองกับบริบทของตัวเอง เก็บ Feedback จากผลลัพธ์ และปรับให้กลายเป็นวิธีทำงานที่ทำซ้ำได้ค่ะ

ติดตาม อัยย์ อัยพัชร วรรคาวิสันต์:

Aiyaphat อัยย์ อัยพัชรAi Aiyaphat

นักธุรกิจ นักกลยุทธ์ วิทยากร และผู้ผลิตคอนเทนต์

Entrepreneur, digital strategist, educator and content creator.

ประวัติ → About Me →
ติดตามได้ที่Follow along
อยากร่วมงานกัน?Wanna work together?

ไม่ว่าจะเป็นงานบรรยาย เวทีสัมภาษณ์ เวิร์กช็อป หรือความร่วมมือทางธุรกิจ

Whether you are planning a keynote, interview, workshop, or business collaboration

ติดต่อเรา Contact Me
ธุรกิจในเครือOur ventures

อ่านต่อในหมวดหมู่เดียวกันMore in this category